วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

ข้อสงสัย "ทำไมต้องตรวจทางพยาธิวิทยา"


ข้อสงสัยที่อยากเล่า
เมื่อคนไข้ เข้ามารับการรักษา ที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
    
แพทย์ สงสัยว่า ก้อนเนื้ออันนี้ จะเป็นมะเร็งหรือไม่ หรือน้ำในช่องต่างๆของร่างกาย มีเซลล์มะเร็งหรือไม่ สามารถส่งชิ้นเนื้อหรือน้ำในช่องต่างๆ ของร่างกาย  
“ ทำไมต้องตัดผิวหนังหรือเจาะเอาน้ำในช่องต่างๆ ของร่างกาย เพื่อส่งตรวจวินิจฉัยโรค ”
เหตุผล การส่งตรวจโรคทางพยาธิวิทยา (อ่านว่า พะ-ยา-ธิ-วิด-ทะ-ยา)
          เพื่อการวินิจฉัยโรคจากเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ตัดออกมาจากร่างกายผู้ป่วย เช่น มีตุ่มสีดำที่ผิวหนัง เป็นมะเร็งผิวหนังหรือเป็นแค่ไฝธรรมดา แยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ แพทย์จะตัดตุ่มสีดำนั้นออกมา ให้พยาธิแพทย์ช่วยวินิจฉัยว่ามะเร็งหรือไฝ   แพทย์ผู้รักษา จะได้รับผลวินิฉัยโรค ภายใน 5 วันทำการ หรือถ้าเป็นรายที่วินิจฉัยยากจะเพิ่มเวลาอย่างน้อย
2 สัปดาห์ เมื่อคนไข้มาพบแพทย์ผู้รักษาจะทราบผลและรับการรักษาต่อไป
อะไรบ้างที่ควรส่งตรวจทางพยาธิวิทยากายวิภาค
§  ทุกสิ่งที่ตัดออกจากตัวคนไข้
§  ชิ้นเนื้อที่นำออกจากร่างกายผู้ป่วยในคราวเดียวกันต้องส่งตรวจทั้งหมด
สิ่งที่ไม่ต้องส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
   เส้นผม เล็บมือ เล็บเท้า เนื้อที่นำออกเพื่อความสวยงาม
   ฟันที่ถอนออก
   รกที่ไม่มีปัญหา
   อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใส่ในร่างกายมนุษย์ เช่น ลิ้นหัวใจเทียมที่เป็นโลหะ เลนส์แก้วตาเทียม
   สิ่งแปลกปลอมที่นำออกจากร่างกายมนุษย์ เช่น ลูกกระสุน โลหะ ตะปู ไม้

ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ที่
หน่วยพยาธิวินิจฉัย ชั้น 6  โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร  โทร 055-965326
เวลา 8.30-16.30 . เว้นวันหยุดราชการ

การส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
สิ่งที่ต้องส่งมา
1.ชิ้นเนื้อที่บรรจุภาชนะ แช่น้ำยาฟอร์มาลีน เช่น ขวดที่มีฝาปิดสนิท หรือ ถุงพลาสติก
   
     
หรือ 2.สารคัดหลั่งหรือน้ำจากภายในร่างกาย
2.1   สารคัดหลั่งป้ายบนแผ่นกระจกแล้วรีบแช่ใน 95% แอลกอฮอล์ทันที

2.2 น้ำจากช่องต่างๆของร่างกาย ส่งมาเป็นน้ำทั้งขวด เช่น น้ำไขสันหลัง น้ำช่องปอด

3.ฉลากติดภาชนะระบุข้อมูลผู้ป่วย ได้แก่
§  ชื่อ-นามสกุล, อายุ, เพศ
§  เลขที่โรงพยาบาล (HN)
§  อวัยวะ, ตำแหน่ง (ซ้าย-ขวา, บน-ล่าง)
โดยเขียนด้วยวัสดุที่ไม่ลบเลือน ลายมืออ่านง่าย และข้อมูลที่ปรากฏนี้ต้อง เหมือนกัน กับข้อมูลในใบส่งตรวจชิ้นเนื้อ
4.ใบขอส่งตรวจชิ้นเนื้อ
5.กรณีที่ส่งตรวจเพิ่ม โดยท่านมีชิ้นเนื้อหรือสิ่งส่งตรวจมาจากโรงพยาบาลอื่น ต้องมาลงทะเบียนเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรเสียก่อน    ในกรณีที่แพทย์ส่งเป็นแผ่นกระจก (Slide H&E) หรือบล็อกชิ้นเนื้อ ของผู้ป่วย ให้นำผลการตรวจเดิมมาด้วยและเขียนใบขอส่งตรวจทางพยาธิวิทยาใส่ข้อมูลคนไข้ให้ครบถ้วน

คนไข้จะทราบผลการวินิจฉัยโรคจากชิ้นเนื้อ น้ำจากร่างกาย ของตนเอง  จาก แพทย์ผู้ทำการรักษา โดยตรง

ตัวอย่าง บล็อกชิ้นเนื้อ

งานบริการการผ่าศพทางวิชาการ
กรณีที่มีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาล แพทย์ผู้รักษาและญาติต้องการทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่ถูกต้อง อีกทั้งเป็นการให้ความรู้แก่แพทย์ถึงพยาธิสภาพของโรคที่แท้จริงเป็นผลต่อการรักษาในอนาคตต่อไป
การขอผ่าศพวิชาการ ต้องได้ความยินยอมจากญาติผู้เสียชีวิตสายตรง เช่น พ่อแม่ ภรรยา และบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

สิ่งที่ต้องนำมาด้วย เมื่อขอตรวจศพทางวิชาการ
1.ข้อมูลผู้เสียชีวิตกรอกในใบขออนุญาตทำการตรวจศพจนครบ
2.แฟ้มประวัติการรักษาของผู้เสียชีวิต
3.แจ้งมายังหน่วยพยาธิวินิจฉัย เพื่อขอส่งตรวจศพ โทร.055-965326
4.ส่งศพไปเก็บรักษาที่หน่วยชันสูตร อาคารบริการ ชั้น 1 โทร.สอบถามได้ 055-965060
5.หน่วยพยาธิวินิจฉัย จะเป็นผู้ลงทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์เอง
6.แพทย์ผู้รักษา จะได้รับผลการชันสูตรเบื้องต้น ภายใน 2 วันทำการ และผลชันสูตรฉบับสมบูรณ์ ภายใน 60 วันทำการ
7.ญาติผู้เสียชีวิต สามารถฟังผลการชันสูตรศพได้จากแพทย์ผู้ทำการรักษา      

ติดต่อสอบถามข้อสงสัยที่ หน่วยพยาธิวินิจฉัย
          ห้องปฏิบัติการหน่วยพยาธิวินิจฉัย ชั้น 6  อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก  65000
โทรศัพท์  055-965326   โทรสาร  055-965331
E-Mail : mednupatho@gmail.com







วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

มารู้จัก"งานพยาธิวิทยา"ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

หน่วยพยาธิวินิจฉัย
หน่วยพยาธิวินิจฉัย เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาพยาธิวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
ขั้นต้นมารู้จักกับคำว่า พยาธิวิทยาอ่านว่า พะ-ยา-ทิ-วิด-ทะ-ยา ไม่ใช่ พะ-ยาด-วิด-ทะ-ยา เหมือนที่หลายๆคนคุ้นเคย และมักคิดถึงว่าหน่วยงานนี้ให้การวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคหนอนพยาธิ ซึ่งเป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ พยาธิวิทยาหมายถึง การศึกษาเรื่องโรคหรือความป่วยไข้ แพทย์ผู้ชำนาญการสาขาพยาธิวิทยา เรียกว่าพยาธิแพทย์ “ (อ่านว่า พะ-ยา-ทิ-แพด)

การวินิจฉัยโรคในเนื้อเยื่อ น้ำ(สารคัดหลั่ง)หรืออวัยวะต่างๆ ที่ได้จากร่างกายผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยมีก้อนที่เต้านม เมื่อแพทย์ผ่าตัด ตัดเอาก้อนมาตรวจแล้ว ได้รับรายงานผลจากห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยา ว่าก้อนนั้นเป็นมะเร็ง ผู้ที่ทำหน้าที่ในการ วินิจฉัยโรคคือ”พยาธิแพทย์” นอกจากพยาธิแพทย์แล้ว การทำงานในห้อง ปฏิบัติการพยาธิวิทยายังประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญอีกหลายสาขา และแบ่งห้องปฏิบัติการหลัก ออกได้เป็น 3 แผนก ดังนี้
1. ศัลย์พยาธิ หรือ การตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อ (Surgical Pathology)
เป็นการวินิจฉัยโรคของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ตัดออกมาจากร่างกายผู้ป่วย เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป เช่น มีเนื้อนูนขึ้นมาจากผิวหนัง แพทย์สงสัยว่าจะเป็นไขมันธรรมดาหรือมะเร็งผิวหนัง ไม่สามารถดูด้วยตาเปล่า และวิธีการรักษาก็ต่างกันมาก แพทย์ผู้รักษาจึงจำเป็นต้องก้อนเนื้อนั้นมาส่ง ให้พยาธิแพทย์ตรวจ ขั้นตอนการทำงานของพยาธิแพทย์ จะเริ่มจากการ ตรวจ ชิ้นเนื้อด้วยตาเปล่า
เพื่อดูว่ารอยโรคอยู่ที่บริเวณไหนและลักษณะเป็นอย่างไร ถือเป็นการวินิจฉัย เบื้องต้น จากนั้นจึงตัดตัวอย่างบริเวณที่สงสัย ให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปทำ เป็น สไลด์(แผ่นกระจกที่มีขนาด 1x3 นิ้ว)
ภาพถ่ายชิ้นเนื้อที่ตัดออกจาก ร่างกาย


พยาธิแพทย์ทำการตรวจชิ้นเนื้อที่ตัดออกจาก ร่างกายด้วยตาเปล่า
ชิ้นเนื้อตัวอย่างที่ตัดตามรอยโรค เพื่อเข้าสู่กระบวน การทำสไลด์
ชิ้นเนื้อที่ตัดเป็นชิ้นเล็กแล้วนั้นจะผ่านน้ำยา สารเคมีอีกหลายชนิดเพื่อทำให้เนื้อมีความแข็งพอที่จะนำไปทำเป็นพาราฟินบล็อก แล้วตัดให้เป็น แผ่นฟิล์มบางๆ วางบนสไลด์ได้ ต่อมาจึงย้อมสีชิ้นเนื้อบนสไลด์ เพื่อให้เห็นรายละเอียดของเซลล์ ก็เป็นอันเสร็จ กระบวนการทำสไลด์

 
         การฝังชิ้นเนื้อทำเป็นพาราฟินบล็อก               นักวิทยาศาสตร์กำลังทำการตัด ชิ้นเนื้อให้เป็นแผ่นบางๆ
สไลด์ชิ้นเนื้อตัวอย่างเมื่อเสร็จแล้ว
พยาธิแพทย์จะศึกษารายละเอียดต่างๆ และให้การวินิจฉัยโรค ด้วยกล้องจุลทรรศน์ แล้วรายงานผลให้แพทย์ผู้ส่งตรวจทราบ กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่พยาธิแพทย์ตัดชิ้นเนื้อจากตัวอย่างส่งตรวจ จนถึงให้การวินิจฉัยนั้น ใช้เวลาประมาณ 5 วันสำหรับรายที่ไม่ซับซ้อน
ในรายที่มีความยากในการวินิจฉัย พยาธิแพทย์จะต้องตรวจด้วยวิธีการอื่นเพิ่มเติม เช่น ย้อมพิเศษเพื่อหาเชื้อโรค ย้อมทางอิมมูโนวิทยา หรือตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ซึ่งสามารถขยายขนาดของเซลล์ได้เป็นพันเป็นหมื่นเท่า จนเห็นรายละเอียดต่างๆ ในเซลล์

พยาธิแพทย์กำลังให้การวินิจฉัย ด้วยกล้องจุลทรรศน์
ภาพถ่ายของสไลด์ชิ้นเนื้อเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์
  ภาพการย้อมด้วยวิธีอิมมูโนวิทยาสำหรับรายที่ซับซ้อน

2. เซลล์วิทยา (Cytology)
นิยมใช้ในการตรวจหาเซลล์มะเร็งที่หลุดออกมาในน้ำคัดหลั่งของร่างกาย ที่รู้จักกันดีและคุ้นเคย คือการตรวจแพพสเมียร์ หามะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ยังมีการตรวจเสมหะ ตรวจน้ำในช่องต่างๆของร่างกาย เช่น ช่องท้อง ช่องปอด หรือการเจาะดูดเนื้อเยื่อหรือเซลล์ในร่างกายด้วยเข็มขนาดเล็ก (fine needle aspiration: FNA) ซึ่งเป็นที่นิยม มากในปัจจุบัน เนื่องจาก ทำได้สะดวก สามารถทำได้ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก ไม่ต้องดมยาสลบ ผู้ป่วยมีแผลเพียง รอยเข็มเจาะ เท่านั้น วิธีการคือ เมื่อแพทย์ดูดเนื้อเยื่อที่ต้องการส่งตรวจแล้วจะป้ายลงบนสไลด์ แช่ใน 95% แอลกอฮอล์ ทันทีและส่งมายังหน่วยพยาธิวินิจฉัย เพื่อให้พยาธิแพทย์ตรวจวินิจฉัย วิธีนี้นิยมใช้ตรวจในผู้ป่วยที่มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ เต้านม และต่อมน้ำเหลือง

              สไลด์เซลล์วิทยาที่ย้อมเสร็จแล้ว                                     
ภาพถ่ายของสไลด์เซลล์วิทยาเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์

3. การตรวจศพวิชาการ (Autopsy)
 เป็นการผ่าตรวจพยาธิสภาพของร่างกายผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว เพื่อค้นหาสาเหตุของการเสียชีวิต และเป็นการตรวจสอบ ว่าการวินิจฉัยโรคและการรักษาในขณะที่ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่นั้นเป็นอย่างไร การตรวจศพนี้ถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์ยิ่ง ในทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์นำไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยรายต่อไป วิธีการคือ
พยาธิแพทย์และเจ้าหน้าที่ช่วยผ่าศพ จะทำการผ่าเปิดตรวจอวัยวะภายใน ตั้งแต่กะโหลกศีรษะจนถึงช่องท้อง เพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติที่เห็นด้วยตาเปล่า และ เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อทำสไลด์ ด้วยขั้นตอนเดียวกับการตรวจชิ้นเนื้อศัลยกรรม สุดท้ายพยาธิแพทย์จะสรุปสิ่งที่ตรวจพบ อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในผู้ป่วย
การตรวจศพมีอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การตรวจศพทางนิติเวชวิทยา(ศพคดี)  คือ การตรวจศพที่ไม่ทราบสาเหตุการตายเกิดจากอุบัติเหตุ การฆาตกรรม หรือการฆ่าตัวตาย ซึ่ง เป็นงานของแพทย์นิติเวช เป็นการร่วมงานกับตำรวจสอบสวน มีการเก็บวัตถุพยาน เป็นพยานศาล แล้วแต่กรณี

ติดต่อสอบถามข้อสงสัยที่ หน่วยพยาธิวินิจฉัย
          ห้องปฏิบัติการหน่วยพยาธิวินิจฉัย ชั้น 6
อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก  65000
โทรศัพท์  055-965326  โทรสาร  055-965331
E-Mail : mednupatho@gmail.com